Login Form

เรื่องน่ารู้เล่าสู่กันฟัง

ลองอ่านก่อนถ้าคิดจะเล่น Mono

User Rating:  / 1
PoorBest 

ลองอ่านก่อนถ้าคิดจะเล่น Mono

ข้อตกลงก่อนอ่าน

ผู้เขียนไม่ใช่ผู้รู้ และ ผู้รู้ไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอ เพราะตราบใดที่มนุษย์ยังคงมีจินตนาการและความขัดแย้ง

ความจริงอันเป็นหนึ่งเดียวย่อมไม่มีในโลก แต่หากเรายอมเปิดกว้างและยอมที่จะแบ่งปันความไม่รู้ให้แก่กันแล้ว

ผู้เขียนเชื่ออย่างยิ่งว่า ความไม่รู้จะนำมาซึ่งความเข้าใจ และ ความสุขเสมอ...

 

หลังๆมานี่ผมได้ยิน/เห็นคำว่า Mono บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ไม่นับจากพี่ Monomusic นะ หากจะว่ากันไป ผมได้ยินคำนี้มานานแล้วจากพี่ Monomusic และเคยสงสัยมากว่าทำไมมันต้อง Mono วะ?

ทำไมต้อง Mono?

หากจะตอบแบบกวนๆ แล้วทำไมมันต้อง Stereo ล่ะ?

Stereo ให้มิติ ความกว้างบวกลึกของเวทีเสียงได้ดีกว่า มีช่องว่างช่องไฟ ความคมชัด ความนิ่ง ความเป็น audiophile ที่ดีกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วจุดเด่นเหล่านั้นมันทำให้ระบบ stereo ห่างไกลจากดนตรีจริงๆอยู่มาก มากจนเรียกได้ว่า คนละโลกกับเสียงดนตรีสดที่เราจะได้ยินเมื่อไปนั่งฟังเพลง หรือไปดู concert เลยทีเดียว

ส่วน Mono นั้นให้บรรยากาศที่สดสมจริง ความใหญ่ รายละเอียดของเสียง และตัวตนของชิ้นดนตรีที่เสมือนจริงกว่า ถึงแม้ Mono จะให้ชิ้นของดนตรีที่อาจจะกระจุกตัวอยู่เป็นกลุ่มๆ ไม่ได้มีเวทีเสียงที่มีวงกว้างขวางสุดผนังทั้งสองข้างของห้องฟัง แต่ Mono ก็สามารถให้กลุ่มของเครื่องดนตรีที่เป็นชิ้นเป็นอันแยกจากกัน และถ้าคุณเคยไปนั่งฟังดนตรีสดตามร้านหรือลอบบี้ของโรงแรมหรือแม้กระทั่ง concert ใหญ่ๆ คุณก็จะพอรู้ว่าดนตรีสดจริงๆแล้วก็ไม่ได้มีช่องว่างช่องไฟ ความคมชัด ความนิ่ง ความสงัด หรือความเป็นaudiophile เสมือนที่ระบบ stereo นำมาเป็นจุดขายเลย

แต่อันนี้ไม่ใช่ว่าคุณใช้ลำโพง Hiend อย่าง Proac หรือ Totem อยู่แล้วถอดสายสัญญาณที่แอมป์ออกเส้นนึงให้ลำโพงดังอยู่ข้างเดียวแล้วบอกว่าเป็น Mono นะ มันง่ายเกินไป เหมือนบอกแฟนว่าจะพาไปกินปลาดิบ แต่กลับพาไปกินปลาไม่สุกแทน มันใช่แต่เป็นคนละอย่างกัน

แต่ก็นะสุดท้ายมันก็แล้วแต่ว่าใครชอบอะไร ดนตรีเป็นศิลปะ ไม่มีผิด ไม่มีถูก และก็ไม่ควรจะไปกำหนดให้มันผิดหรือถูกด้วย ใครชอบแบบไหนก็เสพมันแบบนั้นจะดีกว่า

เอาเป็นว่าจากประสบการณ์ Stereo เหมือนจะเข้าไปนั่งฟังเพลงในห้อง studio อัดเสียง นักร้อง/นักดนตรี ตั้งใจเล่นออกมาให้เนี้ยบที่สุด สมบูรณ์ที่สุด ปล่อยของออกมามากที่สุด ในทางกลับกัน Mono จะเหมือนกับการไปนั่งฟังเพลงในร้านที่คุ้นเคย นักร้อง/นักดนตรีคนเดิมที่เจอกันจนสนิท ไม่ต้องมีพิธีรีตอง ไม่ต้องเกร็ง เล่นไปตามอารมณ์ อาจจะมีหลุดๆบ้าง แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องเล่นอีกคิดอะไรมาก  ถึงมันจะออกมาอย่างนั้นแต่ก็แฝงไปด้วยความเป็นดนตรีและความผ่อนคลายที่หาได้ยากเมื่อเทียบกับการที่เราเข้าไปนั่งฟังเพลงในห้องอัด

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมามีจุดประสงค์อยู่สองอย่าง เพื่อที่จะดักคนที่ชอบตาม trend แต่ที่จริงแล้วไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองเหมาะหรือไม่เหมาะกันเลยกับชุดเครื่องเสียง Mono อ่านแล้วจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลา/เงินมาลองแล้วไม่ใช่ กับคนที่ใช่กับ Mono แต่ไปไม่เป็น ให้หาทางไปได้

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเหมาะกับ Mono หรือเปล่า เหมือนจะยากแต่ตอบง่าย

- ถ้าคุณยังต้องนั่งคอตรง เล็ง sweetspot อยู่ เพื่อให้ได้เวทีเสียงที่สมมาตรซ้าย/ขวากันที่สุด คุณไม่

- ถ้าแผ่นที่คุณฟังประจำเป็นแผ่น audiophile แผ่น test แผ่นที่อัดมาเน้น คม ชัด ลึก เรียกว่าเอาใว้ฟังแข่งกับชุดเพื่อนว่าของใครทำได้รายละเอียด ความชัด ความฉับพลัน มากกว่ากัน คุณไม่

- ถ้ามิติเวทีเสียง ช่องว่าช่องไฟ ความชัด เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคุณในการฟังเพลงให้มีความสุข คุณไม่

สามข้อนี้เป็นอะไรที่ชี้ชัดไปได้เลยว่า ถ้าคุณมีข้อใดข้อหนึ่ง คุณไม่ควรไปเสียเวลากับ Mono เอาเวลาไป ปรับจูนชุด stereo หรือ ตำแหน่งวางลำโพง monitor ของคุณ ดูจะคุ้มค่าคุ้มเวลากว่า

ถ้างั้นอะไรละเป็นตัวที่จะบอกคุณว่า Mono อาจเป็นสิ่งที่คุณตามหาอยู่

- คุณให้ความสำคัญกับอารมณ์/บรรยากาศของบทเพลงมากกว่ามิติเวทีเสียง คุณอาจจะ

-  คุณชอบฟังเพลงเก่า oldie, Jazz ยุคก่อน 70s หรือ Rock&Roll เก่าๆ คุณอาจจะ

-คุณชอบฟังเพลงและทำอะไรอย่างอื่นไปพร้อมๆกัน เช่น อ่านหนังสือ ทำงาน หรือ party คุณอาจจะ

ถ้าคุณมีหนึ่งหรือสองข้อจากสามข้อนี้ เป็นไปได้สูงนะว่าคุณจะหลงรัก Mono ตอนแรกผมก็นึกว่า Mono จำกัดอยู่แค่เพลงยุคเก่าๆ เช่น Jazz หรือ Oldie แต่น้องชายผมเป็นพวกฟัง iPod กับหูฟัง ชอบดนตรีแนวๆแบบ Portishhead, Tahiti 80, bell & sebastian, Radiohead ไปจน Folk แปลกๆที่ผมอธิบายไม่ถูก พอได้มาเจอ Mono ที่ผมยัดเยียดให้ ก็สามารถตกหลุมรักมันได้ง่ายๆเหมือนกัน 555

 

 

มาถึงตรงนี้ถ้าคุณรู้ตัวแล้วว่า Mono ไม่ใช่ก็ไม่จำเป็นต้องอ่านต่อ แต่ถ้าคิดว่า Mono อาจจะใช่ ผมจะบอกคุณว่าควรจะเริ่มต้นกับมันยังไงดี  ควรใช้ลำโพงอะไร แอมป์อะไร แหล่งสัญญาณอะไร ไม่ให้ผิดประเด็น

ลำโพง เท่าที่ลองมาลำโพงที่เหมาะมากกับ Mono คือลำโพงเก่าๆ ยิ่งเป็นพวก Vintage Fullrange ขอบกระดาษ แม่เหล็ก Alnico ของ Isophone, Telefunken, Siemen หรือ Phillip  ได้ยิ่งดี ลำโพงพวกนี้ สำหรับผมมันคืองานศิลปะที่ร้องเพลงได้ดีๆนี่เอง ผสมผสานความดิบกับความกลมกล่อมไว้ได้อย่างน่าทึ่ง สำเนียงดนตรีที่มีเสน่ห์ได้อารมณ์อย่างน่าทึ่ง เสียงใหญ่แต่แทบไม่มีเบส ให้รายละเอียด+ความเป็นดนตรีและอารมณ์ของดนตรีได้อย่างเหลือเฟือ ถ้าไม่รู้จะหาที่ไหนก็เข้า ebay.com ครับ search ยี่ห้อหรือคำว่า fullrange alnico speaker ทำนองนั้น และแนะนำอย่างยิ่งให้หลีกเลี่ยงดอกลำโพงสมัยใหม่พวก bass เยอะๆ ช่วงชัก (excursion) ยาวๆ

ถ้าจะให้แนะนำแบบ โง่ๆง่ายๆ ก็ Telefunken RS1 ละกัน ตัวเล็กแต่เสียงใหญ่ ให้เสียงร้องที่และเครื่องสายได้อารมณ์สุดๆ ไม่ต้อง setup วางตรงไหนก็เพราะ หน้าตาสวยงาม retro มากๆ ขนาดเล็กน่ารัก ใช้แต่งห้องได้ และที่สำคัญไม่ต้องไปหาตู้ให้มัน เสียบแอมป์ฟังได้เลย

 


แอมป์ บอกตามตรงผมไม่เคยลอง Mono กับแอมป์ solidstate ดังนั้นขอแนะนำแต่กับแอมป์หลอดนะครับ แอมป์หลอด Pushpull หรือ Single End ก็เข้ากันได้ดีกับ Mono ทั้งคู่ แต่ถ้าคุณจะใช้กับลำโพง fullrange ที่แนะนำข้างต้น ผมแนะนำว่า Single End กำลังน้อยๆสัก 3-4 watts นี่เหลือเฟือแล้วครับ และที่สำคัญ ไม่ว่าจะ Pushpull หรือ Single End ขอให้เป็นแอมป์ที่วงจรแบบว่า........ โง่ๆง่ายๆ หรือเรียบง่าย อุปกรณ์น้อย ใช้หลอดเสียงเสียงเก่าๆ เช่น 2A3 300B EL34 EL84 12AX7 12AU7 หรือ 6SN7 ถ้าเป็นหลอดเก่าๆจะดีมาก ไม่ใช่ KT90 6C33C หรือ 6DJ8 และที่สำคัญ กรุณาอย่าใช้แอมป์ High End อย่างพวก VTL Carry หรือ Jadis ไม่เพียงแต่จะขี่ช้างจับตั๊กแตน แต่จะจับตั๊กแตนไม่ได้บวกกับจะเป็นการพาแฟนไปกินปลาไม่สุกด้วย

และขอดักใว้อีกนิดหากคุณเป็นพวก DIY หรือ คิดจะประกอบหรือ จะหาคนมาประกอบแอมป์ Mono ให้ หลีกเลี่ยง resistor ยี่ห้อ Dale โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะใช้มันทั้งตัว แต่ถ้าคุณชอบเสียงเล็กๆ แบนๆ แข็งๆ รายละเอียดเยอะจนสกปรก ก็เป็นอีกเรื่องนึง*

ส่วนต้นทาง อันนี้ผมแนะนำว่า ใช้อะไรก็ได้ที่มี ไม่ serious แต่ถ้า High End มากจะเปลืองเงินโดยเปล่าประโยชน์ เพราะเท่าที่ลอง CD player ราคาแพง จนถึง DVD player ก็ไม่ได้ให้คุณภาพต่างกันมากมายระดับพันกับระดับแสน ดังนั้นเก็บเงินไปซื้อแผ่นมาฟังน่าจะดีกว่า ส่วนเรื่อง turntable ผมว่ารอให้พี่ Monomusic เขียนท่าจะดีกว่า เพราะประสบการณ์แกเยอะมากกว่าผมหลายเท่านัก

อุปกรณ์เสริม พวกทิบโท เครื่องกรองไฟ อุปกรณ์ปรับ acoustic แบบที่นิยมใช้กันในห้องฟังแบบ audiophile นี่ขอแนะนำให้ถอดออกให้หมด แต่ถ้าชอบเสียงชัดอย่างเดียว แต่บรรยากาศโดนฟอกออกเกลี้ยงก็ไม่ว่ากัน ^ ^

 

Happy Modify

ธนิก  ศรสงคราม

 

PS. สงสัยอะไรกรุณา post ถามใน board นะครับ ไม่ต้องโทรมาถาม ผมไม่ตอบทางโทรศัพท์ครับ :P

* ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาจะจงเกลียดจงชัง resistor ยี่ห้อนี้นะครับ แต่เท่าที่ลองมาหลายรอบ สรุปได้สั้นๆว่ามันให้เสียงที่เน้นไปทางคม ชัด (มากๆ) และให้รายละเอียดในเชิงปริมาณที่เยอะมากๆ ซึ่งอาจจะไปตรงกับรสนิยมใครก็แล้วแต่ แต่ไม่ใช่ผู้เขียน และผู้เขียนไม่แนะนำให้ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะใช้ทั้งตัว